Honda Accord [G9] 2013 ติดตั้งแก๊ส Prins หงษ์ทองแก๊ส

Honda Accord [G9] 2013 ติดตั้งแก๊ส Prins

Honda Accord [G9] 2013 ติดตั้งแก๊ส Prins

Honda Accord 2013 หรือ Accord Generation ที่ 9 [G9] มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาดคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร และขนาด 2.4 ลิตร เพื่อเป็นตัวอย่างการติดตั้งให้กับผู้ที่สนใจรถรุ่นนี้ ทางร้าน หงษ์ทอง ออโตแก๊ส ได้สั่งซื้อ Accord ทั้ง 2 รุ่น เพื่อนำมาติดตั้งแก๊สเป็นตัวอย่างตามที่มีรีวิวไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 รุ่น 2 คัน ทางร้านได้ติดตั้งชุดแก๊สเป็นตัวอย่าง 2 ชุดด้วยกันคือ คันหนึ่งติดตั้งชุดแก๊สของ Prins อีกคันหนึ่งติดตั้งชุดแก๊สของ AC ลองไปดูกันว่าการติดตั้งอุปกรณ์แก๊สให้กับ New Accord G9 เป็นอย่างไรบ้าง

อัพเกรดเทคโนโยลีและอุปกรณ์แก๊สล่าสุด สำหรับ All New Honda Accord 

Prins Technomax, Prins Silverline รับประกัน! สมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่าเดิม คลิกที่นี่

 

Honda Accord [G9] 2013 ติดตั้งแก๊ส Prins หงษ์ทองแก๊ส

วิดีโอเก่า – ตัวอย่างการติดตั้งแก๊ส Prins ใน New Honda Accord 2013

 

อุปกรณ์ในชุดการติดตั้ง ชุดแก๊สของ Prins ที่นำมาติดตั้งเป็นตัวอย่างใน New Honda Accord 2013

  • ECU Prins
  • รางหัวฉีด Keihin
  • หม้อต้ม Prins
  • กรองแก๊ส & Map sensor (อยู่ในตัวเดียวกัน)
  • กล่อควบคุมหัวฉีด
  • สวิทช์แก๊ส
  • ถังโดนัท 62 ลิตร
  • มัลติวาล์ว Tomasetto จากอิตาลี

** ทางร้านขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกสเปคอุปกรณ์ที่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามความเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่น และความต้องการของลูกค้า เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ารับบริการจำนวนมาก อาจทำให้อุปกรณ์บางชิ้นขาดตลาด รวมถึงระดับราคาอาจะมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของตลาดและค่าขนส่ง **

 

ขั้นตอนการติดตั้ง

นอกจากอุปกรณ์ที่มีคุณภาพซึ่งทางร้านจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในเรื่องของงานติดตั้งลูกค้ามั่นใจได้ถึงความเรียบร้อย เพราะทีมช่างได้วางแผน ออกแบบ และทดลองงานติดตั้งกับรถของทางร้านเองมาก่อนแล้ว สำหรับขั้นตอนการติดตั้งแก๊สชุด Prins ให้กับ New Accord 2013 ตัว G9 มีขั้นตอนดังนี้

1 เตรียมรถให้พร้อม

– หลังจากรับรถจากลูกค้าและนำรถเข้าช่องจอดสำหรับการติดตั้งแล้ว ช่างจะนำผ้าคลุมรถ คุลมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงในห้องโดยสารเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับตัวรถขณะที่ช่างปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานเช่นเดียวกับศูนย์บริการรถยนต์

2 ตรวจสอบความพร้อมของรถ

– ก่อนลงมือติดตั้งช่างจะตรวจสภาพทั่วไปของรถยนต์แต่ละคันก่อน เพื่อประเมินความพร้อมก่อนการติดตั้ง แต่สำหรับรถใหม่ๆ หรือป้ายแดง คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ช่างก็จะตรวจสอบพื้นที่ก่อน แม้ว่าจะมีข้อมูลการติดตั้งของรถแต่ละรุ่นอยู่แล้ว เนื่องจากรถบางคันลูกค้าอาจจะมีการติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ เช่นสัญญาณกันขโมย ฯลฯ แล้วอุปกรณ์หรือสายไฟเข้ามาเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำงานในส่วนของอุปกรณ์แก๊ส ช่างจะปรับเปลี่ยนและจัดการวางตำแหน่งใหม่ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวหรือทำให้ระบบใดๆ ที่มากับรถมีปัญหาอย่างแน่นอน

ที่หน้างานติดตั้งจริงๆ จะมีช่าง 2-3 คน รับผิดชอบส่วนต่างๆ ของงานติดตั้งคือ ในส่วนของห้องเครื่องยนต์, ฝากระโปรงหลัง และห้องโดยสาร (ระบบไฟ) แต่เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพงานติดตั้งจะอธิบายตามขั้นตอน โดยเริ่มจากในห้องเครื่องยนต์ก่อน ซึ่งเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ได้แก่…

 

3 ติดตั้งชุดรางหัวฉีด

– การติดตั้งรางหัวฉีดเริ่มจากการเจาะที่ท่อร่วมไอดีเพื่อฝังข้อต่อและเดินท่อแก๊สสำหรับจ่ายแก๊สเข้าห้องเผาไหม้ ในส่วนนี้ช่างจะทำด้วยความระมัดระวัง และใช้ดอกสว่านที่พอดีกับขนาดของข้อต่อที่จะใช้ มั่นใจได้ถึงความเรียบร้อยสวยงาม และจะไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับท่อร่วมไอดีอย่างแน่นอน

– หลังจากเจาะท่อไอดีครบทั้ง 4 สูบแล้ว จะใช้หัวลมเป่าเข้าท่อไอดีด้วยแรงดัน 6 บาร์ เพื่อดันเศษพลาสติกที่เกิดจากการเจาะออกจากท่อไอดี

– นำข้อต่อฝังเข้าไปในท่อไอดีตรงช่องที่เจาะไว้ ในการติดตั้งข้อต่อจะมีการซีลอย่างดีห้องกันไม่ให้แก๊สเกิดการรั่วซึม ติดตั้งข้อต่อจนครบทั้ง 4 หัว (4 สูบ)

– รางหัวฉีดที่ใช้ในตัวอย่างการติดตั้งครั้งนี้คือ รางหัวฉีดของ Keihin ซึ่งรับประกัน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร (สำหรับรถป้ายแดง)

– นำรางหัวฉีดมาติดตั้งเหนือท่อร่วมไอดีตรงพื้นที่ที่กำหนด

– เดินท่อแก๊สซึ่งเป็นท่อ Parker คุณภาพสูงระหว่างข้อต่อซึ่งฝังไว้ที่ท่อร่วมไอดีกับรางหัวฉีดทั้ง 4 หัว (4 สูบ)

– ใช้เข็มขัดสแตนเลสอย่างดีรัดปลายท่อให้แน่นทั้งด้านที่เสียบเข้ากับรางหัวฉีดและด้านที่เสียบกับข้อต่อที่ท่อร่วมไอดี

– ท่อแก๊สทุกจุดในห้องเครื่องยนต์ทางร้านเลือกใช้ท่อ Parker ซึ่งเป็นท่อที่มีคุณภาพสูง ทนแรงดันเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด ไม่หักและแตกง่าย ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ไม่เพียงเท่านั้นทางร้านยังใช้ท่อ Flex หุ้มท่อ Parker อกีชั้นหนึ่งด้วย เพื่อช่วยป้องกันการขูดขีดอันเนื่องมาจากการสั้นสะเทือนในห้องเครื่องยนต์อีกชั้นหนึ่งด้วย และทุกจุดต่อเชื่อมของท่อแก๊สใช้เหล็กรัดสแตนเลสอย่างดี รัดแน่น ไม่ฉีกขาดง่าย สามารถป้องกันการรั่วซึมของแก๊สได้เป็นอย่างดี

4 ติดตั้งหม้อต้ม

– ติดตั้งหม้อต้ม Prins หม้อต้มรุ่นนี้รับประกัน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร (สำหรับรถป้ายแดง)

– ติดตั้งหม้อต้มบริเวณผนังห้องเครื่องด้านขวา (หันหน้าเข้าหาตัวรถ) ซึ่งมีพื้นที่ว่าง และไม่กระทบกับระบบหรืออุปกรณ์ใดของรถ

5 ติดตั้งกรองแก๊ส & Map sensor

– กรองแก๊สและ Map sensor ของ Prins จะรวมอยู่ในตัวเดียวกัน

– ติดตั้งกรองแก๊ส & Map sensor ในจุดที่กำหนดไว้ จากนั้นเดินท่อ Parker จากหม้อต้มมายังกรองแก๊ส และเดินท่อ Parker จากกรองแก๊สอีกด้านไปยังรางหัวฉีด ท่อ Parker ในจุดนี้จะถูกหุ้มด้วยท่อ Flex เช่นกัน พร้อมทั้งรัดด้วยเหล็กรัดสแตนเลส จากภาพจะเห็นว่ารัดเหล็กรัดถึง 2 จุด เพื่อความแน่นหนา

7 ติดตั้งถังแก๊ส สำหรับถังแก๊สที่ใช้ขนาด 62 ลิตร  

– ขณะที่มีช่างกำลังติดตั้งอุปกรณ์อยู่ที่ด้านหน้าหรือในห้องเครื่องยนต์ ช่างอีกทีมหนึ่งจะดำเนินการติดตั้งถังไปพร้อมๆ กันที่ฝากระโปรงหลัง โดยช่างจะนำแผ่นปิดยางอะไหล่และยางอะไหล่ออกก่อน เมื่อเคลียร์พื้นที่ด้านหลังเรียบร้อยแล้วจะใช้สว่างเจาะพื้นของที่วางยางอะไหล่เพื่อทำช่องติดตั้งหัวเติมแก๊สและเดินท่อแก๊สผ่านใต้ท้องรถ

– ติดตั้งแผ่นยางกันกระแทกบริเวณพื้นที่วางยางอะไหล่ ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่ติดตั้งถังแก๊ส

– ถังแก๊สที่ใช้เป็นถังโดนัท ขนาดความจุ 62 ลิตร วางถังให้เข้าที่และได้ตำแหน่งก่อนที่จะติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ ต่อไป

– ติดตั้งหัวเติมแก๊สที่ด้านล่างใต้ท้องรถบริเวณฝากระโปรงหลัง

– เดินท่อแก๊สจากถังผ่านใต้ท้องรถไปยังหม้อต้มซึ่งอยู่ที่ห้องเครื่องยนต์ พร้อมกับยึดท่อแก๊สแต่ละจุดให้เรียบร้อย

8 ติดตั้งมัลติวาล์ว

– มัลติวาล์วที่ใช้เป็นของ Tomasetto จากอิตาลี รับประกัน 2 ปี

– ติดตั้งมัลติวาล์วเข้ากับถังแก๊สแล้วขันน็อตยึดให้เรียบร้อย

9 การเดินระบบไฟ

– งานในส่วนของการเดินระบบไฟจะทำไปพร้อมๆ กับการติดตั้งอุปกรณ์ที่ห้องเครื่องยนต์และการติดตั้งถังแก๊สด้วยช่างอีกคนหนึ่ง

– สายไฟที่ใช้เป็นชุดสายไฟที่เตรียมไว้สำหรับรถรุ่นนั้นๆ โดยตรง ซึ่งจะมีขนาดและความยาวพอดีกับพื้นที่ในแต่ละจุด หลังจากติดตั้งเสร็จจะดูเรียบร้อยเหมือนเป็นสายไฟที่ติดตั้งมาจากโรงงาน

– ที่สำคัญงานติดตั้งในส่วนของการเดินระบบไฟ ทางร้านจะพันสายไฟทุกเส้นรวมเป็นชุดเดียวกันอย่างเรียบร้อยด้วยเทปพันสายไฟ และหุ้มสายไฟด้วยท่อโปโลอีกชั้นหนึ่ง การหุ้มสายไฟด้วยท่อโปโลนอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นการป้องกันสายไฟไม่ให้เกิดความเสียหายจากการขูดขีดหรือการสั่นสะเทือนด้วย จากนั้นนำเทปพันสายไฟพันทับท่อโปโลอีกครั้ง

– ในการเชื่อมต่อสายไฟแต่ละจุดเข้ากับอุปกรณ์แต่ละตัวตามวงจรของระบบจะไม่ใช้การปลอกสายแล้วบัดกรี แต่จะใช้การเชื่อมต่อแบบคอนเน็คเตอร์

– ช่างที่ทำหน้าที่เดินระบบไฟ จะเดินสายไฟไว้ในจุดต่างๆ ตามแนวการติดตั้งอุปกรณ์ เมื่อช่างในส่วนอื่นดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตามตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว สามารถที่จะเชื่อมต่อระบบไฟเข้ากับอุปกรณ์ได้ทันที

หมายเหตุ : ในการเชื่อมต่อสายไฟของทางร้านจะไม่ใช้การปลอกสายไฟแล้วพันหรือจั๊มสายเข้าด้วยกันแล้วบัดกรี ซึ่งการทำเช่นนั้นมีโอกาสสูงที่รอยบัดกรีจะชำรุดเนื่องจากการสั่นสะเทือนเป็นผลให้วงจรหรือระบบไฟมีปัญหาจนทำให้ระบบทำงานไม่สมบูรณ์ แต่ทางร้านจะใช้การเชื่อมต่อแบบคอนเน็คเตอร์ซึ่งมีความแน่นหนาและมั่นคงไม่เกิดการหลวมคลอนง่ายๆ

10 ติดตั้งกล่องควบคุมหัวฉีด

– กล่องควบคุมหัวฉีดจะถูกติดตั้งไว้ที่เดียวกับกล่อง ECU บริเวณใต้คอนโซลหน้าฝั่งซ้าย

– เชื่อมต่อคอนเน็คเตอร์เข้ากับกล่องควบคุมหัวฉีด

10 ติดตั้งกล่อง ECU STAG 4

–  ECU ของ Prins รับประกัน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร (สำหรับรถป้ายแดง)

– คอนเน็คเตอร์ของกล่อง ECU และกล่องควบคุมหัวฉีดจะถูกวางไว้แล้วในตำแหน่งใต้คอนโซลหน้าด้านซ้าย เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว นำกล่อง ECU มาเสียบได้ทันที

– กล่อง ECU และกล่องควบคุมหัวฉีดจะติดตั้งอยู่ด้วยกันในตำแหน่งนี้ (ตามภาพ)

11 ติดตั้งสวิทช์แก๊ส

– งานอีกส่วนในห้องโดยสารคือการติดตั้งสวิทช์แก๊ส ซึ่งอยู่บริเวณแผงคอนโซลด้านคนขับ

12 ปรับจูนและทดสอบระบบ

– ขั้นตอนสุดท้ายคือการปรับจูนการทำงานของระบบแก๊ส ตลอดจนทดสอบระบบการทำงาน

 

ชุดแก๊สสำหรับ New Honda Accord 2013 มี 2 ยี่ห้อคือ ชุดอุปกรณ์ของ Prins และชุดอุปกรณ์ของ AC  

– ชุดอุปกรณ์ของ Prins อาทิ Prins VSI-2, Prins Technomax, Prins Silverline

– ชุดอุปกรณ์ของ AC + HANA

 

หมายเหตุ : ลูกค้าที่สนใจชุดอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากนี้ทางร้านสามารถติดตั้งให้ได้ แต่ต้องดูว่าเป็นชุดไหน ลูกค้าสามารถโทรสอบถามกับทางร้านได้โดยตรงเพื่อขอคำแนะนำ

 

ติดต่อสอบถามรายละเอียด

 

บทความที่เกี่ยวข้อง :

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 45 total,  3 today