F.ชุดแก๊ส Prins DLM – กล่อง ECU DLM, สวิทช์แก๊ส Prins กลม, กรองแก๊ส + MAP DLM

ชุดแก๊ส Prins DLM 3.0 เวอร์ชั่นใหม่ (Direct LiquiMax)

กล่อง ECU DLM, สวิทช์แก๊ส Prins กลม, กรองแก๊ส + MAP DLM

เฉพาะ Nissan X-Trail 2.0

อุปกรณ์แก๊ส DLM : Direct LiquiMax ประกอบด้วย   

  • LPG Turbine Pump
  • Prins Pump Driver
  • Pressure Sensor
  • Fuel Supply Unit (FSU)
  • High Pressure Pump (HPP)
  • Fuel Lines
  • Direct LiquiMax AFC
  • Prins Switch

ความแตกต่างระหว่างแก๊สระบบ DLM กับระบบทั่วไป

ถ้าดูจากรายการอุปกรณ์ด้านบนจะเห็นเลยว่า อุปกรณ์ของระบบ DLM ไม่มีรายการไหนที่เหมือนกับระบบแก๊สแบบทั่วๆ ไปเลย เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะระบบการทำงานก็ไม่เหมือนกันด้วย ระบบของ DLM นั้นเป็นระบบปิด ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับระบบอื่นใดของรถยนต์เลย เช่น ไม่มีในส่วนของหม้อต้ม ซึ่งจะต้องเชื่อมต่อกับระบบน้ำหล่อเย็นของรถยนต์

ในการทำงานของระบบ DLM สามารถที่จะใช้แก๊สได้ 100% ตั้งแต่ตอนที่สตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่จำเป็นที่จะต้องสตาร์ทด้วยน้ำมันก่อนเหมือนกับระบบแก๊สทั่วๆ ไป การที่ระบบ DLM ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างจากระบบแก๊สทั่วไป เนื่องจากระบบ DLM ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับเครื่องยนต์ทั่วๆ ไป แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อติดตั้งกับเครื่องยนต์ที่เป็นระบบฉีดตรงหรือเครื่องยนต์ GDI โดยเฉพาะ

อย่างที่ทราบกันว่าเครื่องยนต์ GDI นั้นไม่สามารถที่จะติดตั้งแก๊สที่เป็นระบบแบบเดิมๆ ที่ติดตั้งในเครื่องยนต์ทั่วไปได้ เนื่องจากหัวฉีดของเครื่องยนต์ GDI จะถูกติดตั้งอยู่ในห้องเผาไหม้ หากใช้แก๊สซึ่งมีสถานะที่เป็นไอและมีอุณหภูมิสูง จะทำให้หัวฉีดร้อนเกินไปจนเกิดความเสียหายได้ แต่กับระบบ DLM จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าว เพราะระบบจะจ่ายแก๊สในสถานะที่เป็นของเหลว 100% ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิของหัวฉีด อีกทั้งการฉีดด้วยแรงดันที่สูงเหมือนกับการฉีดของน้ำมันทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะการทำงานที่ไม่ต่างจากการใช้น้ำมันเลย

 

 

รู้จักอุปกรณ์ Prins – DLM สำหรับรถยนต์ Nissan X-Trail 2.0 

ระบบการทำงานที่ต่างจากระบบแก๊สทั่วไปของระบบ DLM เกิดจากการทำงานของอุปกรณ์ที่สำคัญๆ ดังนี้

LPG Turbine Pump ปั๊มตัวนี้ทำหน้าที่ดูดเชื้องเพลิงแก๊สจากถังเพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะแตกต่างปั๊มในระบบแก๊สทั่วๆ ไป ทั้งเรื่องของการติดตั้งและคุณสมบัติ ภายในตัวปั๊มมีกรองละเอียดที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดอายุการใช้งาน สามารถดูดแก๊สเข้าสู่ระบบได้โดยที่ไม่เกิดฟองอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในระบบ DLM การทดลองในแล็ปปั๊มตัวนี้สามารถใช้งานได้เกิน 10,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 500,000 กิโลเมตร ปั๊มตัวนี้จะติดตั้งอยู่ภายในถังเหมือนกับปั๊มของน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ การที่มี Turbine Pump ติดตั้งอยู่ในถัง ทำให้ถังแก๊สของระบบ DLM จะสูงกว่าถังแก๊สของระบบทั่วไปเล็กน้อย แต่หลังการติดตั้งทางร้านจะมีฝาครอบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่นติดตั้งไว้ให้

Fuel Lines หรือท่อทางเดินแก๊ส ซึ่งท่อของแก๊สของระบบ DLM จะใช้ท่อที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หรือเคฟล่าร์ (ในระบบแก๊สแบบเดิมจะใช้ท่อทองแดง) ซึ่งผ่านการทดสอบมาอย่างดี สามารถทนแรงดันได้ถึง 370 บาร์ แต่จริงๆ แล้วท่อทางเดินแก๊สตัวนี้ที่จะใช้ในระบบ DLM ซึ่งเดินจากถังไปถึงตัว High Pressure Pump มีแรงดันเพียง 10 บาร์ เท่านั้น (ไม่เกิน 25 บาร์) เป็นอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งของระบบที่แสดงให้เห็นว่า DLM เป็นระบบที่ใช้อุปกรณ์ซึ่งมีมาตรฐานที่สุดมากหรือเรียกว่า Over Spec มั่นใจได้ว่าในการใช้งานจะมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

Prins Pump Driver ทำหน้าที่สร้างแรงดันตามอัตราการฉีดให้สัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะขับที่ความเร็วเท่าไร มีการเหยียบคันเร่งมากน้อยเพียงใด แก๊สในระบบก็จะถูกจ่ายด้วยแรงดันที่คงที่และสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับการจ่ายเชื้อเพลิงในระบบน้ำมันด้วยอุปกรณ์ตัวนี้

High Pressure Pump (HPP) การดูดและจ่ายแก๊สเข้าสู่ระบบของ LPG Turbine Pump จะมีแรงดันอยู่ที่ 10 บาร์ จนเมื่อแก๊สเดินทางมาถึง High Pressure Pump จะถูกสร้างแรงดันให้สูงถึง 170 บาร์ ก่อนที่จะจ่ายแก๊สผ่านหัวฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ด้วยแรงดัน 170 บาร์กับสถานะของแก๊สที่เป็นของเหลวทำให้หัวฉีดไม่เกิดความเสียหาย และเครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกับตอนที่ใช้น้ำมัน

– Pressure Sensor ทำหน้าที่ตรวจจับแรงดันของระบบแก๊สและแจ้งให้กล่อง ECU ทราบถึงถึงสภาวะการจ่ายเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบมีความเสถียรและจ่ายแก๊สได้อย่างแม่นยำ

– Direct LiquiMax AFC กล่องตัวนี้สามารถต่อกับ OBD (On Board Diagnostics) ของรถยนต์เพื่อดูข้อมูลทุกอย่างของรถได้ ความพิเศษของกล่อง ECU ตัวนี้คือ สามารถอ่านค่าการทำงานกล่อง ECU ของเครื่องยนต์ได้ว่ามีการฉีดเชื้อเพลิงอย่างไร ปริมาณเท่าไร แล้วนำค่านั้นมาประมวลผลเพื่อใช้ควบคุมการจ่ายแก๊ส ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 100% ไม่ต่างจากน้ำมัน

– สวิทช์แก๊ส Prins – ระบบสัมผัสอัจฉริยะ Multi-color Fuel Selector Switch 

สวิทช์แก๊ส Prins เป็น Auto Switch Gas แบบ Multi-color Fuel Selector Switch ตั้งค่าได้ทุกเฉดสีตามต้องการ สวิตช์เลือกเชื้อเพลิงรุ่น 2 ของ Prins ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์อีซียู Prins Alternative Fuel Controller 2.0 ( Prins AFC 2.0) ทำงานโดยระบบสัมผัสอัจฉริยะ (Smart touch control) เพื่อสลับระหว่างน้ำมันเบนซินและ LPG/CNG มีเซ็นเซอร์ตรวจสอบระดับเชื้อเพลิงในถังแก๊ส พร้อมไฟ LED บอกปริมาณเชื้อเพลิง 5 ระดับ เมื่อแก๊สอยู่ในะดับต่ำ LED จะสว่างขึ้น และเมื่อแก๊สหมดระบบจะตัดกลับเป็นน้ำมันอัตโนมัติ ซึ่งจะมีเสียงสัญญาณแจ้งเตือนพร้อมไฟ LED กระพริบ นอกจากนั้น ยังสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเช็คระยะได้

สอบถามจองคิวติดตั้งแก๊ส

ติดต่อสอบถามรายละเอียด

 9 total,  3 today