tap timing advance-processor

6,048 total views, 16 views today

TAP  : Timing Advance Processor หรือ ตัวปรับองศาไฟจุดระเบิด

          TAP ทำหน้าที่ช่วยให้การจุดระเบิดของแก๊ส LPG เร็วขึ้นกว่าจังหวะการจุดระเบิดปกติของเครื่องยนต์เวลาที่ใช้น้ำมัน ซึ่งจะทำให้จังหวะการจุดระเบิดและการเผาไหม้ของแก๊สมีความสมบูรณ์พอดีกับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ การที่จะต้องให้แก๊สจุดระเบิดก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนตัวอยู่ในจังหวะจุดระเบิดเนื่องจากแก๊สมีค่า อ๊อกเทนสูงกว่าน้ำมัน ทำให้มีการเผาไหม้ที่ช้ากว่า

อีกเทคโนโลยีที่ทำให้รถติดแก๊สแรง ประหยัด วาล์วไม่ยัน


จากการที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้งกล่อง TAP และการทำรีแมพเหมือนหรือต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี? ข้อดีข้อเสีย?ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำเป็นอย่างไร?รถแต่ละรุ่นสามารถทำได้เหมือนกันหรือไม่? มีข้อจำกัดอะไรบ้าง? ฯลฯ

ต้องบอกว่าทั้งการติดตั้งกล่อง TAP และการทำรีแมพคือวิธีการทำเพื่อให้รถอัตราเร่งดีขึ้น ประหยัดมากขึ้นและยืดอายุวาล์วยันได้ทั้ง 2 วิธี แต่ก็มีความต่างกันหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ง่าย ๆ คือ กล่องTAP เป็นตัวปรับองศาไฟจุดระเบิดโดยเฉพาะจึงเหมาะสำหรับรถติดแก๊สทั้ง LPG, NGV และ CNG เกือบทุกรุ่นส่วนรถบางรุ่นไม่สามารถติดกล่อง TAP ได้ เช่น รถรุ่นใหม่ ๆ รถยุโรป

ส่วนการรีแมพ คือการเข้าไปแก้ไขและปรับตั้งค่าต่าง ๆในกล่องหลัก (กล่อง ECU) ของรถยนต์สามารถปรับจูนได้ทั้งรถที่ใช้น้ำมันและรถติดแก๊สอย่างไรก็ตามสำหรับรถบางรุ่นอาจเหมาะกับการติดกล่อง TAP มากกว่าหรือรถบางรุ่นที่ไม่สามารถรีแมพได้ การติดกล่อง TAP จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมกว่า

สิ่งสำคัญหลังติดกล่อง TAPคือการจูนแก๊ส

หลังติดกล่อง TAP และจูนเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญคือ การจูนแก๊สในจุดที่เหมาะสม หรือจูนแก๊สอย่างที่ถูกต้องบน Dyno Test ที่จะสามารถเพิ่มความแรงได้ตามต้องการ วาล์วไม่ยันและลดความร้อนเครื่องยนต์ได้โดยเฉพาะการจูนบน Dyno Test ของหงส์ทองแก๊สเป็นเทคนิคเฉพาะ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดจากออสเตรเสีย ทำให้สามารถอ่านค่าต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ได้ทั้งหมดแบบละเอียด จึงทำให้ประสิทธิภาพการจูนสูงสุดและแม่นยำ

TAP จะสามารถปรับแก๊สได้อย่างเดียว ดีกับระบบเครื่องยนต์ สามารถดึงเชื้องเพลิงที่ใช้ไม่หมดกลับมาใช้ใหม่ได้ สามารถปรับองศาไฟได้เฉพาะแก๊สเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน ส่วนการทำรีแมพ ECU เป็นการแก้ไขค่าเดิมในกล่อง ECU หลักแล้วเอาค่าใหม่ใส่กลับเข้าไปจะทำให้รถแรงขึ้นและประหยัดขึ้น สามารถปรับจูนได้ทั้งน้ำมันและแก๊ส แต่ปรับองศาไฟจุดระเบิดได้เล็กน้อย หากปรับไม่เหมาะสมทำให้เครื่องยนต์มีเสียง นั่นแปลว่ามันจุดระเบิดตัวเองก่อนที่หัวเทียนจะสั่งให้จุด

 ตัวอย่างเช่น สมมติองศาไฟเดิมของน้ำมันสามารถปรับได้อีกไม่เกิน 2-3 องศา แต่ถ้าเป็นแก๊ส LPG หากใส่กล่องTAP จะปรับได้แต่แก๊ส ตัวอย่างรถ Mitsubishi Xpanderบางช่วงสามารถจูนได้ 13-15 องศา ขณะที่ถ้าเป็นรถ NGV อาจจะจูนไปถึง 17-18 องศาได้เลย ส่วนถ้าทำรีแมพจะปรับองศาไฟได้อยู่ที่ประมาณ 3 องศาทั้งในส่วนของน้ำมันและส่วนของแก๊ส เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการทำรีแมพ ECU เป็นการปรับที่ละเอียดมากกว่า แม้สามารถปรับองศาไฟจุดระเบิดได้ไม่มาก แต่การรีแมพสามารถเข้าไปปลดล็อกกลไกอื่น ๆ ของเครื่องยนต์ได้ เช่น ระบบกลไกของเกียร์ ปลดล็อกทอล์กลิมิตในบางช่วงสามารถปรับตั้งค่าการจ่ายเชื้อเพลิงในบางช่วง และสามารถปรับองศาไฟจุดระเบิดได้ในบางช่วง เป็นต้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและวิธีในการปรับจูนแก๊สด้วย และในการทำแต่ละที่จะได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

การทำรีแมพECU จะได้ประโยชน์ในแง่ของการทำให้อัตราเร่งดีขึ้นมากกว่า อัตราสิ้นเปลืองลดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการขับขี่ด้วย หากขับขี่ปกติเหมือนเดิมก็จะประหยัดมากขึ้น แต่ถ้าหากคุณเหยียบมากกว่าเดิม ผลลัพธ์คงไม่ต่างกัน

หากปล่อยให้แก๊ส มีการจุดระเบิดในจังหวะเดียวกับน้ำมัน การเผาไหม้ของแก๊สจะไม่สมบูรณ์หรือเผาไหม้ไม่หมด เมื่อแก๊สเผาไหม้ไม่หมดไม่เพียงเป็นการ
สิ้นเปลืองแก๊สโดยเปล่าประโยชน์ กำลังของเครื่องยนต์ก็จะสูญเสียไปด้วย อีกทั้งการที่แก๊สเผาไหม้ไม่หมดจะส่งผลให้ห้องเผาไหม้มีความร้อนสูง ส่งผลให้วาล์วไอเสียสึกหรอ (รั่ว) เร็วขึ้น
ในทางตรงกันข้าม หากแก๊สได้รับการจุดระเบิดในจังหวะที่เหมาะสม มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ก็จะมีกำลังดีขึ้น มีอัตราเร่งดีขึ้น การสึกหรอของเครื่องยนต์ลดลง และมีอัตราสิ้นเปลืองแก๊สก็จะลดลง

กล่อง TAP มีกี่ประเภท? เลือกติดตั้งยังไงให้เหมาะกับรุ่นรถ

= กล่อง TAP ยี่ห้อ AC =

เช่นAC STAG-TAP-01 และ AC STAG-TAP-02 เป็นเทคโนโลยีที่มีเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้วให้เหมาะกับรถหลากหลายรุ่นมากขึ้นตัวนี้สามารถปรับองศาไฟจุดระเบิดได้ทั้งแบบ manualและใช้ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ จุดอ่อนคือยังมีข้อจำกัดในรถบางรุ่นที่เป็นเทคโนโลยีสูงอย่างพวกรถยุโรป เป็นต้น

= AC STAG-TAP-03 =

ตัวนี้เป็นกล่อง TAP ยี่ห้อ AC ที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด สามารถปรับองศาไฟจุดระเบิดได้ทั้งแบบ manualและใช้ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ และยังสามารถหลอกสัญญาณแครงค์และชาฟในรถยุโรปได้อีกทั้งชุดสายไฟของรุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีมีมาตรฐานสูงกว่า แต่ก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่ยังทำไม่ได้ในบางรุ่นเช่นกัน

= VpowerIBO300 =

กล่อง TAP ยุคต่อมาที่ถูกพัฒนาให้สามารถดึงสัญญาณจากคอยล์จุดระเบิดเพื่อไปตัดสัญญาณไฟ 4 เส้นได้ สามารถปรับตั้งค่าองศาไปเป็น % ผ่านซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ได้จึงละเอียดกว่ากล่อง TAP ยุคแรกๆ โดยองศาไฟที่จ่ายเข้าไปใหม่จะไปเพิ่มโวลต์ เพื่อหลอกสัญญาณคอยล์จุดระเบิด สั่งให้ลูกสูบ 4 สูบจุดระเบิดในจุดในเหมาะสม และกล่อง TAP รุ่นนี้สามารถปรับองศาไฟจุกระเบิดได้ทั้งน้ำมันและแก๊ส

จุดอ่อนคือ ตัวนี้ดีกว่าตัวแรก ปรับได้เยอะกว่าแต่ก็ยังปรับได้ไม่มาก ถ้าปรับเยอะไฟเอนจิ้นจะโชว์เช่นกัน อีกทั้งในรถบางรุ่นคอยล์จุดระเบิดจะค่อนข้างค่อนข้างเปราะบาง เมื่อติดกล่องTAP แล้วใช้งานไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงเวลาที่คอยล์จุดระเบิดเสียตามการใช้งานจริง ศูนย์บอกว่าเกิดจากเอารถไปตัดต่อสายไฟ ซึ่งจริง ๆ ถ้าทำถูกวิธีจะไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของช่างที่ติดตั้งและปรับจูนเป็นสำคัญอย่างไรก็ตาม TAP ตัวนี้ยังมีข้อจำกัดในรถรุ่นใหม่ ๆ เช่น นิสสันบางรุ่น, รถที่เป็นหกสูบอย่าง ปาเจโร่ สปอตV6 เป็นต้น

= กล่อง TAPยี่ห้อ COBRA รุ่น AEB510N =

เป็นกล่อง TAP ในยุคแรก ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วและยังมีใช้กันในตลาดจนถึงปัจจุบัน เพราะหาง่ายและราคาไม่แพง รุ่นนี้เป็นระบบแบบmanual หรือต้องปรับด้วยมือ มีปุ่มปรับองศาไฟอยู่ใต้กล่อง สามารถปรับเพิ่มได้เป็น 3 องศา, 5 องศา, 7 องศา ฯลฯส่วนใหญ่มัก ติดในรถแท็กซี่ที่เป็น NVG

จุดอ่อน คือ เป็นการปรับองศาไฟแบบ Linear หรือเส้นขนานคือถ้าปรับเพิ่มขึ้นก็จะเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งย่าน ความละเอียดจึงจำกัด เช่น ในช่วงรอบเดินเบาและช่วงรอบปลาย ๆ จะปรับไฟได้ไม่มาก แต่ในช่วงรอบกลาง ๆ ประมาณ 2,000 กว่า ๆ จะปรับไฟได้ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าความสามารถในการปรับยังไม่สูง หากปรับเยอะไฟเอนจิ้นจะโชว์

6,047 total views, 15 views today