รีแมพ โตโยต้า วีโก้ 2.7 เบนซิน

รีแมพ VIGO 2.7เบนซิน

จุดเด่น

สำหรับจุดเด่นของรถToyota Hilux VIGO เครื่องยนต์ 2.7 เบนซิน ด้วยลักษณะนิสัยของเครื่อง 2TR-FEซึ่งเป็น 4 สูบและเป็นระบบไฮดรอลิก วาล์ว (Hydraulic Valves)ส่วนมากคนที่ซื้อรถรุ่นนี้นิยมติดแก๊สอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นระบบ LPG หรือ NGV รวมถึงผู้ผลิตเองก็มีการติดตั้งระบบแก๊สNGV ออกจากศูนย์โดยตรงเนื่องจากรถรุ่นนี้นิยมใช้งานในเชิงพาณิชย์หรือเพื่อการขนส่ง ซึ่งต้องการความประหยัดมากกว่ารถทั่วไป อีกทั้งข้อดีของรถรุ่นนี้ที่เป็นระบบไฮดรอลิก วาล์ว (Hydraulic Valves)จะสังเกตได้ว่าจะไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องของวาล์วยัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบแก๊สLPG หรือ NGV

จุดอ่อน

อย่างไรก็ตามจุดอ่อนของรถรุ่นนี้หรือปัญหาหลัก ๆ ที่มักเจอหลังติดแก๊ส ถ้าเป็นระบบLPG มักไม่ค่อยเจอปัญหาจุกจิกแต่ถ้าเป็นระบบNGV สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอคือการออกตัวจะค่อนข้างอืดกว่าน้ำมัน เนื่องจากค่าออกเทนของ NGV สูงกว่าประกอบกับน้ำหนักของรถที่ค่อนข้างเยอะ ประมาณ 1- 2 ตันไม่รวมการใช้งานที่ต้องการบรรทุกของหนัก จึงทำให้ขณะออกตัวหรือเร่งแซงต้องเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งรถ VIGO ส่วนใหญ่เป็นเกียร์กระปุก จังหวะที่ขับออกตัวใช้เกียร์ 1-2 แล้วต้องลากรอบจะทำให้เราต้องกดคันเร่งเยอะขึ้นเช่นกัน ซึ่งตรงนี้กล่อง ECU รถจะสั่งจ่ายเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ผลคือกินเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นนั่นเอง ระเบิดดังนั้นสำหรับรถ VIGO เรามีวิธีที่จะทำให้รถ VIGO วิ่งดีขึ้นและอัตราสิ้นเปลืองต่ำลงด้วยการทำรีแมพ ECU

 

การทำรีแมพ ECU รถ VIGO 2.7 เบนซินของหงษ์ทองแก๊ส

การทำรีแมพ ECUของที่หงษ์ทองแก๊สจะเป็นการดึงค่าของกล่องECU รถยนต์ออกมาแก้ไขแล้วปรับตั้งค่าใหม่ด้วยซอฟแวร์เฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่นและเรายังมีการใช้ 3-4 เทคโนโลยีเข้ามาผสมกัน คือ

  1. เทคโนโลยีในการตรวจเช็คสภาพรถ
  2. เทคโนโลยีการจูนกล่อง ECU รถ
  3. เทคโนโลยีในการทดสอบและปรับจูนบน Dyno Test
  4. เทคโนโลยีการปรับจูนECU แก๊ส

ดังนั้นการรีแมพ ECU รถ VIGO ที่เป็นเบนซินของหงส์ทองแก๊สจึงแตกต่างจากทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจูนให้แม่นยำในรถเบนซินจะเห็นว่าปัจจุบันไม่ค่อยมีใครทำ เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะและยิ่งเป็นรถติดแก๊สจะทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้

และด้วยประสบการณ์ 11 ปีของหงส์ทองแก๊ส เราทราบดีว่าสิ่งที่จะทำให้รถติดแก๊สวิ่งได้ดีนั้น  ต้องประกอบด้วย3 ส่วน คือ 1.อากาศ 2.เชื้อเพลิง และ 3.องศาไฟจุดระเบิด

1.อากาศ อาทิ กรองอากาศ กรองแก๊ส

2.ระบบการจ่ายเชื้อเพลิง อาทิ หัวฉีดแก๊ส หัวฉีดน้ำมัน

3.ระบบจุดระเบิด (องศาไฟจุดระเบิด) อาทิ หัวเทียน คอลย์จุดระเบิดต่าง ๆ

ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในการทำรีแมพ แต่ละชิ้นส่วนอุปกรณ์ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้การปรับจูนแก๊สทำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทั้งหมดจะถูกตรวจเช็คสภาพให้ลูกค้าไปในตัว ก่อนที่จะเอาขึ้นไปจูนบน Dyno Test

 

กระบวนการทำรีแมพและการปรับจูนของหงส์ทองแก๊ส มีอะไรบ้าง?

  1. การตรวจเช็คสภาพความสมบูรณ์ของระบบเครื่องยนต์และระบบอุปกร์แก๊สทั้งหมดพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าถึงความผิดปกติที่ตรวจพบ และดำเนินการแก้ไขให้สมบูรณ์ก่อนนำรถขึ้น Dyno Test
  2. ในระหว่างแก้ไข/ซ่อมบำรุง เราจะทำการรีแมพ ECUดึงค่าในกล่อง ECU รถ ปรับตั้งค่าใหม่ในจุดที่เหมาะสม หรือตามความต้องการใช้งานของลูกค้า
  3. นำรถไปทดสอบและปรับจูนค่าต่าง ๆ บน Dyno Testให้สมบูรณ์เหมาะกับความต้องการใช้งาน ภายใต้ Safety Factor ของรถ
  4. ปรับจูนแก๊สให้เหมาะสมกับระบบจุดระเบิดที่เราทำการรีแมพไปในกล่อง ECU รถ

สำหรับการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์และระบบแก๊ส ประกอบด้วย

การตรวจสภาพเช็คระยะทั่วไป

1.เช็ครั่วทั้งระบบ 16 จุดข้อต่อ (หน้าและหลังถัง)

2.เช็คสภาพท่อยางแบบละเอียด (ทั้งท่อแก๊สและท่อน้ำ)

3.เช็คจุดรั่วของหม้อต้ม (ทั้งท่อแก๊สและท่อน้ำ)

4.เช็คระบบและความสะอาดของ “ลิ้นปีกผีเสื้อ”

5.เช็คสภาพหัวเทียนและคอลย์จุดระเบิด ด้วยเครื่องมือพิเศษ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่

6.เช็คสภาพกรองอากาศและเป่าทำความสะอาด

7.เช็คสภาพกรองแอร์และเป่าทำความสะอาด

8.เช็คความเรียบร้อยของสายไฟและท่อยางแก๊ส ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่

9.เช็คระดับน้ำมันเครื่อง

10.เช็ควาล์วเบื้องต้น

การตรวจเช็คแบบละเอียด โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

1.เช็คค่าแรงดันหม้อต้มแก๊สว่าถูกต้องหรือไม่

2.เช็คการทำงานของ Sensor ทุกจุดว่ายังสมบูรณ์อยู่หรือไม่

3.เช็คค่าการจ่ายเชื้อเพลิงว่าอยู่ในจุดที่สมบูรณ์หรือไม่ (ก่อนจูนแก๊ส) ด้วยเครื่องมือพิเศษ พร้อมอธิบายรายละเอียดให้ลูกค้าทราบ

4.เช็คการทำงานของหัวฉีดแก๊สยังสมบูรณ์อยู่หรือไม่

5.หากพบความผิกปกติ เพื่อเราจะแก้ไขและปรับจูนให้ตามความต้องการของลูกค้า

เนื่องจากค่าออกเทนของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดแตกต่างกัน จึงต้องอาศัยองศาไฟจุดระเบิดแตกต่างกัน อย่างค่าออกเทนของน้ำมันที่เป็นออกเทน 95 กับค่าออกเทนของ LPG ที่เป็นออกเทน 105 และค่าออกเทนของ NGV ที่เป็นออกเทน 130 ยิ่งค่าออกเทนสูงยิ่งทำให้ไฟที่ลามในห้องเผาไหม้ช้ากว่า ซึ่งในระบบจุดระเบิดเดิมที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมัน ในจังหวะที่ลูกสูบดูด-อัด-ระเบิด-คลาย น้ำมันจะถูกจะเผาไหม้หมดพอดี แต่หากเป็นแก๊ส NGV จะถูกเผาไหม้ช้ากว่าปกติทำให้เหลือไฟลามไปเผาต่อที่หน้าวาล์วไอเสีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของวาล์วยัน ดังนั้นโชคดีที่รถรุ่นนี้เป็นระบบไฮดรอลิก วาล์ว (Hydraulic Valves) มิฉะนั้นวาล์วจะยันเร็วมาก

โดยปกติถ้ารถติดตั้งแก๊สที่เป็นระบบ LPG จะเหลือเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมดอยู่ประมาณ 3-7% ขณะที่ถ้าเป็นระบบ NGV จะเหลืออยู่ประมาณ 7-10% เลยทีเดียว ซึ่งการทำรีแมพ ECU และปรับจูนอย่างถูกต้อง เราจะปรับตั้งค่าองศาไฟจุดระเบิดให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับระบบแก๊สที่รถลูกค้าติดตั้งมา ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV การทำรีแมพ ECU สามารถดึงค่าพลังงานเชื้อเพลิงที่เหลือทิ้งตรงนี้กลับมาเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ได้มากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้นและประหยัดกว่าเดิม อีกทั้งในการรีแมพ ECU เราสามารถแก้ไขทอล์กให้รถมีกำลังไปข้างหน้าเพิ่มขึ้น แต่กดคันเร่งลดลง ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของความประหยัดอีกอย่างหนึ่ง

 

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • ได้รับการตรวจสภาพ เช็คระบ เช็คความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ รวมถึงอุปกรณ์แก๊สทั้งระบบ
  • ได้รับการดูแลจากทีมช่างแผนกต่าง ๆ ที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง พร้อมให้คำแนะนำที่ถูกวิธี
  • หลังทำรีแมพเสร็จแล้ว อัตราเร่งจะดีขึ้นชัดเจน (ภายใต้ Safety Factor ของรถแต่ละรุ่น) เครื่องแรงแต่ไม่พัง
  • ประหยัดเชื้อเพลิง ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์และอุปกรณ์แก๊ส
  • ค่าใช้จ่ายในการทำรีแมพ ECU อยู่ที่ประมาณ 5,500 บาท (ไม่รวมค่าอะไหล่และอุปกรณ์ในการซ่อมบำรุง ซึ่งจะมีส่วนลดให้เป็นพิเศษ)
  • รับประกันความพึงพอใจ ยินดีคืนเงินภายใน 1 เดือน
  • มีผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต 0% นาน 6 เดือน

 

74 total views, 1 views today