อุปกรณ์ติดแก๊สLPGในรถยนต์ราคาต่างกันเพราะอะไร หงษ์ทองแก๊สมีคำตอบ อุปกรณ์แก๊สที่ติดในรถคุณ”ปลอดภัย”จริงหรือ?

มาตรฐานอุปกรณ์แก๊สรถยนต์ตามที่กฏหมายกำหนด มีอะไรบ้าง

ผู้ใช้รถยนต์ควรเลือกอุปกรณ์มาตรฐานที่มีเครื่องหมายมาตรฐานตรงตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก ที่ออกมาในรูปแบบกฎกระทรวง ทั้งในส่วนของมาตรฐานอุปกรณ์เอ็นจีวี และแอลพีจี สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก (www.dlt.go.th)

สาระสำคัญในประกาศฯที่ควรอ่านให้เข้าใจก็จะเป็นส่วนของมาตรฐานอุปกรณ์แก๊สรถยนต์ ที่ประกอบด้วย วาล์ว ถังแก๊ส ชุดควบคุม ชุดอิเล็กทรอนิกส์  ท่อทางต่าง ๆ มีทั้งท่ออ่อน และท่อแข็ง อุปกรณ์เหล่านี้ต้องได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

ทุกคนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานให้เข้าใจทะลุปรุโปร่ง

ถ้าผู้ใช้หรือผู้ติดตั้งฯ ไม่มั่นใจว่าควรจะเลือกติดตั้งอุปกรณ์ยี่ห้อไหนดี ถึงจะปลอดภัย ให้ดูมาตรฐานตรงนี้เป็นหลัก อย่างเช่น ถังแก๊สจะมีเครื่องหมายมาตรฐานสองรูปแบบ คือ มอก.370/2525 กับ EC 67 R01 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปที่กฎหมายไทยให้การยอมรับ

1.ถังแก๊ส

สำหรับอุปกรณ์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ถังแก๊ส เช่น หม้อต้ม วาล์ว และชุดควบคุมต่าง ๆ นั้น ให้สังเกตเครื่องหมายมาตรฐานจากต่างประเทศ อาทิเช่น ECE R67, ECE R110หากสำรวจพบเครื่องหมายมาตรฐานติดที่อุปกรณ์จะสามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานแล้ว

เป็นหัวใจหลักของการติดตั้งอุปกรณ์แก๊สกฎหมายของขนส่งฯให้การยอมรับเฉพาะถังที่มี มอก. ส่วนของมาตรฐาน ECE R ที่อนุญาตให้ใช้ได้นั้น ต้องเป็นถังแก๊สที่ติดตั้งมากับรถที่ประกอบจากต่างประเทศแต่ถ้านำเข้าถังจากต่างประเทศโดยตรง เช่น โดนัท ที่มี ECR 67 “สามารถผ่านมาตรฐานได้

2.มัลติวาล์ว

อุปกรณ์สำคัญสำหรับถังแก๊ส LPG ทำหน้าที่วัดระดับแก๊สในถัง และควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงแก๊ส โดยวาล์วไฟฟ้า (Solenoid Valve) ซึ่งรับคำสั่งจากกล่อง ECU
นอกจากนี้ยังประกอบด้วยส่วนที่สำคัญคือ มีวาล์วนิรภัยถึง 3 ชั้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ได้แก่

1.วาล์วระบายแรงดันเกิน (Pressure Relief Valve) ทำหน้าที่ระบายแก๊สในถังแก๊ส เมื่อในถังมีแรงดันสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ วาล์วตัวนี้จะปล่อยแก๊สทิ้งเพื่อลดแรงดันในถังแก๊สลง
2.วาล์วป้องกันการไหลเกิน (Excess Flow Valve) ทำหน้าที่ปิดการจ่ายแก๊สทันทีที่พบว่า มีการไหลของแก๊สมากผิดปกติ เช่น กรณีท่อแก๊สขาด ท่อแก๊สหลุด เป็นต้น
3.ฟิวส์ตะกั่ว (Thermal Fuse) จะหลอมละลายเมื่ออุณหภูมิบริเวณวาล์วสูงกว่า 110°C เช่นในกรณีรถถูกไฟไหม้ ทำให้ถังแก๊สรถยนต์ร้อนขึ้น เมื่อฟิวส์ตัวนี้ละลาย จะเปิดช่องให้แก๊สระบายออกจากถังได้ เพื่อป้องกันถังแก๊ส ระเบิด
มัลติวาล์วคุณภาพสูง ผ่านมาตรฐานยุโรป E8 ECE 67R – 01 3018
วาล์วที่มีจำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ มีทั้งนำเข้าจากยุโรป เกาหลี อินเดีย และจีน ฯลฯ การเลือกใช้นอกจากสังเกตดูเครื่องหมายมาตรฐานแล้ว ต้องเลือกดูผู้นำเข้ามาจัดจำหน่ายด้วย ว่า เชื่อถือได้มากแค่ไหน ควรหาข้อมูลว่าผู้ขายมีชื่อเสียงในด้านนี้อย่างไร มีประวัติการขายของก๊อปปี้หรือไม่ ด้วย

2.1นาฬิกาแก๊ส
ทำหน้าที่วัดระดับแก๊สเพื่อส่งสัญญาณกลับไปที่กล่อง ECU แล้วกล่อง ECU จะส่งสัญญาณไปที่สวิตซ์แก๊สเพื่อทำการบอกระดับแก๊ส

3.ท่อแก๊ส

ท่อแก๊สเป็นอุปกรณ์ที่กฎหมายบังคับให้เป็นไปตามมาตรฐาน ECR 67 ไม่อนุญาตให้ใช้ท่อร้อยเหมือนสมัยก่อน ที่มักซื้อท่อทองแดงโล้น ๆ แล้วมาร้อยแป๊บ ช่างบางคนร้อยบ้างไม่ร้อยบ้าง บางคนเอาผ้าเทปพัน ๆ  ต้องยอมรับว่าโครงสร้างหลักของมันคือคือทองแดง ถ้าไม่มีการพัน หรือพันอย่างไม่ถูกต้อง เวลาโดนน้ำ หรือเกิดออกไซด์ต่างๆ อาจผุกร่อนได้ พอผุกร่อนแล้วความปลอดภัยจะน้อยลง แต่ท่อที่มีมาตรฐาน ECR ส่วนมากจะผลิตจากเมืองนอก มีการใช้ยางหุ้มทองแดงมาจากโรงงาน ยางที่หุ้มทองแดงมักจะปิดพอดี น้ำซึมเข้ายาก ออกไซด์จะเข้าไม่ได้ ท่อพวกนี้มีความคงทน ใช้ได้ยาวนานกว่า ราคาอาจจะสูงกว่าเล็กน้อย

4.หม้อต้ม

หม้อต้ม หรือ อุปกรณ์ปรับลดแรงดัน และทำไอแก๊ส ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ECR 67 ดูที่กำลังแรงม้าของรถยนต์ว่ามีกำลังตามที่กฏหมายกำหนด มีอะไรบ้างแรงม้าเท่าไหร่ กี่ซี.ซี. กี่แรงม้า ช่างจะนำข้อมูลตรงนี้ไปคำนวณว่าควรจะใช้หม้อต้มหรืออุปกรณ์ปรับลดแรงดันที่รองรับแรงม้าได้กี่ซี.ซี. หลังจากรู้ขนาด ความต้องการของหม้อต้มแล้ว ต้องดูมาตรฐานว่ามีตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

5.ท่อยางแก๊ส
ทำหน้าที่เป็นทางเดินแก๊สระหว่างอุปกรณ์แก๊สแต่ละตัวในห้องเครื่องยนต์ ท่อยางแก๊สหากดูผิวเผินแล้วอาจจะเหมือนๆ กัน แต่จริงๆ แล้วท่อยางแก๊สมีหลายเกรด การใช้ท่อที่ไม่มีคุณภาพเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดการรั่วและเป็นสาเหตุของไฟไหม้
ปัญหาที่พบเกี่ยวกับ ท่อยางแก๊ส (LPG Hose) โดยเฉพาะท่อยางที่ไม่มีคุณภาพคือ ท่อยางแก๊สแข็ง มีรอยแตกร้าว เสื่อมคุณภาพ
หากท่อยางแก๊สเสื่อมคุณภาพหรือมีการแตกร้าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการรั่วของแก๊สได้ ไม่เพียงสิ้นเปลืองแก๊สเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้อย่างมาก
การดูแล/แก้ไข การตรวจสอบเบื้องต้นให้ทดลองหักหรืองอท่อยางแก๊ส (LPG Hose) ว่ามีลักษณะแข็งหรือรอยแตกร้าวหรือไม่ หากพบว่าท่อยางเริ่มแข็งตัวหรือมีรอยแตกร้าวให้รีบเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด
และเพื่อความปลอดภัยควรเปลี่ยนท่อยางตามระยะที่กำหนด ซึ่งท่อยางแก๊สมีหลายเกรด โดยทั่วไปจะเปลี่ยนทุกๆ 50,000 กม. หรือ 1 ปี หรือทุกๆ 100,000 กม. หรือ 3 ปี

6.กรองแก๊ส
กรองแก๊สถือเป็นหัวใจของการเช็คระยะรถติดแก๊สไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGVเนื่องจากเป็นด่านแรกที่จะทำการดักเศษฝุ่นและคราบทาร์(น้ำมันเหนียวข้นสีดำ), น้ำมันคอมเพลสเซอร์ ไม่ให้ผ่านเข้าไปยังหัวฉีดซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นกรองแก๊สจึงมีผลสำคัญในการช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราใช้งานรถติดแก๊ส NGV หรือ LPG ไปนานๆ กรองแก๊สจะมีทั้งสิ่งสกปรก เศษฝุ่น และคราบน้ำมันเข้ามาจับ ทำให้แก๊สผ่านเข้ามายังหัวฉีดได้น้อยลงจากค่าที่ตั้งหรือจูนไว้ตอนแรก เรียกว่า แก๊สบาง ไม่เพียงพอต่อการเผาไหม้ หรือหากมีสิ่งสกปรก คราบน้ำมันผ่านเข้ามายังหัวฉีด ก็จะทำให้หัวฉีดเสียหาย ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบแก๊สก็จะลดลง จึงมีโอกาสทำให้เครื่องยนต์สึกหรอมากขึ้น
ปัจจุบันกรองแก๊สมีหลากหลายประเภท ทั้งแบบกระดาษ ไฟเบอร์ โพลิเอสเตอร์ ฯลฯ แล้วแต่ยี่ห้อ แล้วแต่รุ่น โดยทั่วไปการเปลี่ยนกรองแก๊สมีกำหนดการเช็คระยะอยู่ที่ประมาณ 20,000 km. (ในต่างประเทศประมาณ 15,000 km.) ขึ้นอยู่กับความสกปรก รวมถึงยี่ห้อหรือความละเอียดของกรองแก๊สแต่ละรุ่นด้วย อาทิ กรองแก๊สยี่ห้อ AC ระยะการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 km. ส่วนกรองแก๊สยี่ห้อ Prinsระยะการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 km.เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อการันตีว่าจะไม่ทำให้หัวฉีด ระบบเครื่องยนต์ และระบบแก๊สเกิดความเสียหาย

7.หัวฉีด

รางหัวฉีด ถูกกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ECE R67  มีความสำคัญในฐานะที่เป็นด่านสุดท้ายที่ทำหน้าที่จ่ายแก๊สเข้าไปในเครื่อง ถ้าหากใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานจะเกิดอันตรายกับเครื่องยนต์ เพราะการจ่ายแก๊สของแต่ละสูบมักไม่เท่ากัน พอจ่ายไม่เท่ากันโอกาสที่เครื่องพังจึงค่อนข้างสูง

8.กล่องควบคุม หรือ ECU

กล่องควบคุม ถูกกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎกระทรวงกำหนดไว้อยู่แล้ว การเลือกกล่องอีซียูที่ดีมีข้อพิจารณาดังนี้ ชื่อเสียงของอุปกรณ์ยี่ห้อนั้น ๆ ค่อนข้างเป็นตัวแปรสำคัญ ถ้าชื่อเสียงดี ติดตลาดแล้ว มีประวัติดีไม่มีปัญหา สามารถเลือกใช้ได้  นั่นคือต้องพิจารณาทั้งชื่อเสียงและความมั่นคงของผู้นำเข้าประกับการตัดสินใจ  การรับประกันหลังการขายมีหรือเปล่า ตรงนี้เป็นอะไรที่ใช้งานไปต้องมีการปรับแต่ง และต้องดูว่าผู้นำเข้ารองรับตรงนี้ได้แค่ไหนครับ

8.1 ชุดสายไฟ
ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์และเซ็นเซอร์ต่างเข้ากับกล่อง ECU แก๊ส

8.2 สวิตซ์แก๊ส
ทำหน้าที่เปลี่ยนระบบแก๊สกับน้ำมัน และบอกระดับแก๊สที่อยู่ในถัง เมื่อแก๊สหมดจะมีสัญญาณเสียงร้องเตือน แล้วจะดับระบบกลับไปใช้น้ำมันอัตโนมัติ

9.แมพเซ็นเซอร์วัดแรงดันของแก๊ส
มี่หน้าที่ วัดแรงดันของแก๊สที่อยู่ในรางหัวฉีดและท่อไอดี เพื่อส่งสัญญาณให้กับกล่อง ECU แก๊สประมวลผล ในกรณีที่ท่อแก๊สขาด แรงดันที่หัวฉีดจะลดลง แมพเซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณให้กับกล่อง ECU แก๊สเพื่อทำการสั่งหยุดการจ่ายแก๊สทันที

หลังจากเลือกอุปกรณ์ได้แล้วต้องเลือกช่างด้วย ซึ่งมีข้อควรพิจารณาดังนี้

อู่ที่ติดตั้งต้องผ่านการเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นอู่มาตรฐาน

ชื่อเสียง อู่มีปัญหาเยอะไหม ถูกลูกค้าต่อว่าเยอะไหม มีฝีมือจริงหรือเปล่า ตรงนี้อาจค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตหรือสอบถามจากเพื่อนฝูงที่เคยติดมา

ก่อนติดตั้งควรเข้าไปพูดคุยซักถามกับอู่ดูว่ามีความรู้จริงหรือเปล่า ลองคุยดู  ก่อนที่จะไปคุยต้องหาข้อมูลมาบ้างพอสมควร แล้วเทียบข้อมูลจากที่ช่างพูดว่าตรงกับข้อมูลที่เราได้มาไหม หลังจากได้ข้อมูลมาสองด้าน นำมาชั่งน้ำหนักดู ถ้าตรงกัน ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน แสดงว่าช่างคนนี้มีความรู้จริง

การบริการหลังการขาย ติดไปแล้วโดนลูกค้าต่อว่าเยอะหรือเปล่า ควรพูดคุยช่างและคอยสังเกตดูบรรยากาศที่ร้านควบคู่ไปด้วย

4,343 total views, 66 views today