MG GS 1.5T ติดแก๊ส และ MG GS 2.0T ติดแก๊ส

0
277

MG GS รถยนต์อเนกประสงค์จากค่าย MG มีให้เลือก 2 รุ่นในเครื่องยนต์คนละพิกัดคือ MG GS 1.5T และ MG GS 2.0T ทั้งคู่เป็นเครื่องยนต์แบบ GDI หรือ Direct Injection เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่นแม้จะมีความจุต่างกันแต่ก็เป็นเครื่องยนต์ที่ขับสนุกทั้งคู่ สำหรับผู้ที่ต้องการขับ เอ็มจี จีเอส ไม่ว่าจะรุ่นใด 1.5T หรือ 2.0T โดยไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายเรื่องของเชื้อเพลิงสามารถนำรถมาติดแก๊สกับ หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ได้ทั้ง 2 รุ่น ในการใช้แก๊สเครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์ให้อัตราเร่งได้ดีไม่ต่างจากน้ำมัน ที่สำคัญสามารถประหยัดได้ถึง 50% ติดตามข้อมูลการติดแก๊สของทั้งรุ่น 1.5T และ 2.0T ได้จากวิดีโอและข้อมูลด้านล่าง

MG GS 1.5T ติดแก๊ส - Prins VSI-DI

MG GS 2.0T - ติดตั้งแก๊ส PRINS DLM 3.0 ประหยัดได้ 50%

ชุดแก๊สและค่าติดตั้งใน MG GS ทั้ง 2 รุ่น

MG GS 1.5T ติดแก๊ส Prins VSI-DI

ต้องบอกลูกค้าก่อนว่า MG GS ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.5T และ 2.0T แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ระบบเดียวกันคือ GDI แต่ในการติดแก๊ส ชุดแก๊สที่ใช้จะเป็นคนละระบบกัน โดยรุ่น 1.5T จะใช้ชุดแก๊ส Prins VSI-DI ส่วนรุ่น 2.0T จะใช้ชุดแก๊ส Prins DLM 3 แม้จะเป็นคนละระบบกันแต่ชุดแก๊สทั้ง 2 ชุดเป็นชุดแก๊สสำหรับเครื่องยนต์ Direct Injection เหมือนกัน เดี๋ยวจะอธิบายความแตกต่างให้ทราบในหัวข้อถัดไปนะครับ

อุปกรณ์ในชุด Prins VSI-DI ประกอบด้วย

  • กล่อง ECU แก๊ส
  • กล่อง DI Module
  • หัวฉีด Keihin K9
  • หม้อต้ม Prins
  • กรองแก๊ส Prins

  • กล่อง ECU แก๊ส รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาให้การควบคุมการจ่ายแก๊สและการทำงานของระบบให้ดีขึ้น

  • กล่อง DI Module กล่องควบคุมตัวนี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบ Direct Injection

  • หัวฉีด Keihin K9 หัวฉีดแก๊สที่มีคุณภาพสูงที่สุด มีการจ่ายแก๊สที่มีความเสถียรและมีอายุการใช้งานที่ทนทาน

  • หม้อต้ม Prins รุ่นที่ใช้รองรับกำลังงานได้ถึง 400 แรงม้า ช่วยให้เครื่องยนต์ของ MG GS ทั้งรุ่น 1.5T และ 2.0T ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Prins VSI-DI และ Prins DLM3 แตกต่างกันอย่างไร

เพื่อรองรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นเครื่องยนต์แบบฉีดตรงหรือ Direct Injection หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ได้ติดตามและนำเอาชุดแก๊สระบบใหม่มาใช้กับเครื่องยนต์ฉีดตรงรุ่นต่างๆ มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยชุดแก๊สที่รองรับสำหรับเครื่องยนต์ Direct Injection มี 2 ชุดด้วยกันคือ Prins VSI-DI และ Prins DLM

ชุดแก๊สสำหรับเครื่องยนต์ Direct Injection ทั้ง 2 ชุดนั้นมีอุปกรณ์และการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงดังนี้ Prins VSI-DI เป็นชุดแก๊สสำหรับเครื่องยนต์ Direct Injection ที่ยังคงมีอุปกรณ์พื้นฐานและหลักการทำงานเหมือนกับชุดแก๊สที่ใช้ในเครื่องยนต์หัวฉีด (Port Injection) ทั่วไปคือ ยังคงมีหัวฉีดแก๊ส มีหม้อต้ม แต่สิ่งที่ต่างจากชุดแก๊สทั่วไปคือกล่องควบคุม นอกจากกล่อง ECU แก๊สที่เป็นกล่องหลักแล้ว จะมีกล่องควบคุมที่เรียกว่า DI Module เพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ตัดการทำงานของหัวฉีด Direct Injection ของเครื่องยนต์ในขณะที่ใช้แก๊ส

ส่วนชุดแก๊ส Prins DLM (Prins Direct LiquiMax) เป็นชุดแก๊สซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ (ถึงตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ใหม่เสียทีเดียว เพราะทางร้านได้พัฒนาและใช้งานงานมากกว่า 5 ปีแล้ว) ที่อุปกรณ์และการทำงานแตกต่างจากชุดแก๊สทั่วไปรวมถึงชุด Prins VSI-DI อย่างสิ้นเชิง ระบบ DLM จะไม่ใช้หัวฉีดแก๊สและไม่มีหม้อต้ม แต่จะมีปั๊มที่เรียกว่า Fuel Module ทำหน้าที่จ่ายแก๊สเข้าสู่ระบบติดตั้งอยู่ในถังแก๊สเลย เหมือนกับปั๊มน้ำมันที่อยู่ในถังน้ำมัน และมี Boost Pump ทำหน้าที่สร้างแรงดัน 35 บาร์ เพื่อจ่ายแก๊สที่เป็นฝอยละอองเข้าสู่หัวฉีดเครื่องยนต์ที่ติดมาจากโรงงานเข้าสู่ห้องเผาไหม้เลย (ขออธิบายการทำงานโดยสังเขปไว้เท่านี้ ให้เห็นภาพถึงความแตกต่าง หากต้องการศึกษาระบบ DLM โดยละเอียดเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับDLM 3.0 เวอร์ชั่นใหม่อัพเกรดอุปกรณ์ในระบบให้ดียิ่งขึ้น“)

ประสบการณ์ 6 ปี ที่เรียนรู้การติดแก๊สระบบ Directi Injection

Prins VSI-DI เทคโนโลยีที่ติดแก๊สในเครื่องยนต์ Direcrt Injecttion

Title

หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ให้บริการติดแก๊สรถยนต์มากว่า 10 ปี ติดแก๊สไปแล้วกว่า 24,000 คัน มีรถเข้ามารับบริการแล้วกว่า 100,000 คัน

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับในการใช้บริการจากเราคือ…

  • การติดตั้งที่มีมาตรฐาน การใช้งานที่ทนทาน และบริการ After Service แบบมืออาชีพ
  • ใช้อุปกรณ์ที่ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณภาพและความปลอดภัย
  • สถานที่ติดตั้งเทียบเท่าศูนย์บริการมาตรฐาน พร้อมทั้งเครื่องมือที่ทันสมัย
  • ทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญผ่านการอบรมและได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ
  • ค่าบริการที่คุ้มค่าภายใต้มาตรฐานบริการที่ได้รับ การรับประกัน และบริการหลังการติดตั้ง
  • ลดค่าเชื้อเพลิง นำเงินส่วนต่างที่เหลือจำนวนมากไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ
  • โปรโมชั่นพิเศษ ผ่อนนานสูงสุด 24 เดือน หรือผ่อน 0% นาน 3-10 เดือน
  • รับประกันเครื่องยนต์เสียหายแทนศูนย์บริการ

“รับประกันเครื่องยนต์แทนศูนย์ มีที่ หงษ์ทองฯ ที่เดียวเท่านั้น”

Title

ผลงานติดแก๊สที่ผ่านมา

หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ติดแก๊สไปแล้วกว่า 24,000 คัน มีรถเข้ารับบริการกว่า 100,000 คัน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

Title

MG GS 2.0T ติดแก๊ส Prins DLM3

การจะเลือกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ Direct Injection รุ่นใดจะติดแก๊สชุดใดระหว่าง Prins VSI-DI หรือ Prins DLM เป็นสิ่งที่ทางร้านต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆ ประการ ซึ่งจากการตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องยนต์อย่างละเอียดแล้วจึงพบว่า MG GS 1.5T เหมาะสมกับ Prins VSI-DI และ MG GS 2.0T ลงตัวที่สุดกับ Prins DLM

โดยชุดแก๊ส Prins DLM ที่ติดตั้งใน เอ็มจี 2.0 เทอร์โบ เป็นชุด DLM 3 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม (ดูความแตกต่างระหว่าง DLM เวอร์ชั่นเก่ากับ DLM 3 ได้ในหัวข้อถัดไป)

“หลังติดแก๊ส Prins DLM 3 ใน MG GS 2.0T ไม่เพียงเครื่องยนต์สามารถทำงานได้ดีเทียบเท่ากับน้ำมัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังน่าพอใจอย่างมากเพราะการใช้แก๊ส LPG ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่าถึง 50% จากข้อมูลของผู้ใช้จริง”

แชร์ประสบการณ์ MG GS 2.0T ติดแก๊ส จากผู้ใช้งานจริง

การติดตั้งแก๊ส DLM ใน MG GS 2.0 ที่นำมารีวิว หงษ์ทอง ออโต้แก๊ส ต้องขอขอบคุณ “พี่ชัย” ลูกค้าของทางร้านที่เคยติดตั้งแก๊ส DLM ใน Mazda CX-5 รุ่น 2.5 ที่นำรถ MG GS มาให้ทางร้านติดตั้งแก๊สและร่วมทดสอบการใช้งานเพื่อเป็นแนวทางกับผู้ใช้รถรุ่นนี้

ณ วันที่มีการรีวิว “พี่ชัย” ได้ติดตั้งและนำรถไปใช้งานในชีวิตประจำวันตามปกติแล้วเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ระยะทางประมาณ 12,000 กิโลเมตร

ข้อมูลการใช้งานก่อนติดตั้งแก๊ส (ใช้น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเชื้อเพลิง)

“พี่ชัย” บอกว่าตนเองเป็นคนที่ขับรถเร็วคนหนึ่ง และใช้รถวันละประมาณ 100 กิโลเมตร ถ้าเป็นการขับขี่ใช้งานในเมือง (กรุงเทพฯ) อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ประมาณ 4.20-4.40 บาท/กม. และหากเดินทางไปต่างจังหวัดจะใช้ความเร็วประมาณ 120-140 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ประมาณ 3 บาทกว่าๆ /กม.

ข้อมูลการใช้งานหลังติดตั้งแก๊ส (ใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิง) ประหยัดกว่า 50%

หลังติดตั้งแก๊ส “พี่ชัย” ใช้รถไปแล้วประมาณ 4 เดือน ระยะทางกว่า 12,000 กม. อย่างที่แจ้งไป ก่อนที่จะมาแชร์ประสบการณ์กับเราในครั้งนี้ ในเรื่องของสมรรถนะสามารถตอบสนองการทำงานได้เป็นที่น่าพอใจ (ดูเพิ่มเติมได้จากวิดีโอด้านล่าง) ส่วนอัตราสิ้นเปลืองแก๊สที่ทำได้มีดังนี้

  • การขับใช้งานในเมืองและปริมณฑล อัตราสิ้นเปลืองแก๊สอยู่ที่ 1.6 บาท/กม.
  • การขับทางไกล อัตราสิ้นเปลืองแก๊สอยู่ที่ 1.4 บาท/กม.

สมรรถนะดีแค่ไหน ไปดูผลการทดสอบบนไดโน่กันหน่อย

ตามคำบอกเล่าของ “พี่ชัย” บอกว่ามีความพึงพอใจกับการทำงานของระบบแก๊ส รู้สึกว่าระบบมีความเสถียร สมรรถนะของเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี เพื่อความชัดเจนว่านั่นไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก

ผลการทดสอบแรงม้าบนไดโน่เทสต์

  • กราฟแสดงกำลังงานของ MG GS 2.0 บนไดโน่ขณะที่ใช้ น้ำมัน มีกำลังงาน 157.5HP (เส้นกราฟสีแดง)
  • กราฟแสดงกำลังงานของ MG GS 2.0 บนไดโน่ขณะที่ใช้ แก๊ส มีกำลังงาน 161.3HP (เส้นกราฟสีน้ำเงิน)

MG GS 2.0T ติดตั้งแก๊ส PRINS DLM 3.0 ประหยัดได้ 50%

Prins DLM 3 เวอร์ชั่นใหม่มีอะไรต่างไปจากเดิม

“DLM 3 พัฒนาใหม่ ทำงานดีกว่าเดิม แต่ค่าติดตั้งถูกลง จาก 85,000 เหลือเพียง 55,000 เท่านั้น”

ในส่วนของหลักการทำงานนั้น DLM 3.0 ยังคงมีหลักการทำงานตามที่แนะนำไป แต่มีอุปกรณ์หลายตัวในระบบได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งเรื่องของวัสดุและการทำงาน อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมีดังนี้ (รู้จักอุปกรณ์ DLM เวอร์ชันเก่า)

  • Turbine Pump หรือในรุ่นใหม่จะเรียกว่า Fuel Module มีการใช้วัสดุแบบใหม่ ที่สำคัญคือมีกรองเพิ่มขึ้น 2 จุดเพื่อให้ประสิทธิภาพการกรองสิ่งสกปรกในแก๊สทำได้ดีและสะอาดมากยิ่งขึ้น

  • Fuel Lines ท่องส่งแก๊สยังคงเป็นท่อแบบคาร์บอนไฟเบอร์ แต่มีความพิเศษคือถูกออกแบบและกำหนดขนาดขึ้นมาเพื่อใช้กับรถยนต์แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ เช่นใน MG GS 2.0T จะมีความยาวอยู่ที่ 4.5 เมตร เพื่อให้การติดตั้งมีความสวยงามและความยาวของท่อมีระยะที่เหมาะสม

  • Prins Pump Driver หรือในรุ่นใหม่จะเรียกว่า Boost Pump ได้มีการออกแบบใหม่ทั้งดีไซน์และวัสดุที่ใช้ สาระสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนวัสดุจากอลูมิเนียมเป็นไฟเบอร์ ด้วยเหตุผลที่ต้องการลดโอกาสในการเกิดฟองอากาศของแก๊สให้น้อยที่สุด เนื่องจากระบบ DLM จำเป็นต้องจ่ายแก๊สเป็นฝอยละอองหรือฉีดเป็นน้ำ 100% เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นการที่ Prins Pump Driver ซึ่งทำจากอลูมิเนียมและใช้งานในเมืองร้อนอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้นในระบบได้ พร้อมกัน Boost Pump ยังถูกพัฒนาให้สามารถสร้างแรงดันในระบบได้สูงขึ้นจาก 25 บาร์ เป็น 35 บาร์

  • Fuel Management Unit (FMU) ได้รวมเอา FSU และ FRU เอาไว้ในตัวเดียวกันในการทำหน้าที่ทั้งการเป็นตัวควบคุมการจ่ายแก๊สหรือน้ำมัน และส่งแก๊สกลับถัง นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มกรองไว้ที่อุปกรณ์ตัวนี้อีกจุดหนึ่งด้วย

Comments

comments