อุปกรณ์ในระบบ Direct LiqiMax

0
124

ได้รู้จักและเข้าใจถึงความสามารถของแก๊สระบบใหม่ Direct LiqiMax หรือ DLM กันไปแล้ว มาทำความรู้จักอุปกรณ์ในระบบ DLM กันบ้างว่าอุปกรณ์จะแตกต่างจากระบบเดิมแค่ไหน และอุปกรณ์แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้าง

นอกจากระบบการจ่ายแก๊สที่แตกต่างจากระบบเดิมๆ แล้ว อุปกรณ์ของระบบ Direct LiqiMax ก็แตกต่างไปจากเดิมด้วย และไม่เพียงแค่ความแตกต่าง คุณภาพก็เหนือกว่าในขั้นที่เรียกได้ว่าทุกชิ้นถูกออกแบบและนำมาใช้งานแบบโอเวอร์สเป็ก (Over Spec) ทั้งสิ้น อุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย…

ถังแก๊ส > เป็นถังแก๊สคุณภาพสูงที่ผ่านการทดสอบมาอย่างดี มีความแข็งแรงทนทาน และมีความจุเพิ่มขึ้น

LPG Turbine Pump > ปั๊มตัวนี้ทำหน้าที่ดูดเชื้องเพลิงแก๊สจากถังเพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะแตกต่างปั๊มในระบบแก๊สทั่วๆ ไป ทั้งเรื่องของการติดตั้งและคุณสมบัติ ปั๊มตัวนี้จะติดตั้งอยู่ภายในถังเหมือนกับปั๊มของน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ วัสดุภายในถูกออกแบบให้ใช้กับแก๊ส LPG โดยเฉพาะ ทำจากเซรามิค

ภายในตัวปั๊มมีกรองละเอียดที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดอายุการใช้งาน สามารถดูดแก๊สเข้าสู่ระบบได้โดยที่ไม่เกิดฟองอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในระบบ DLM การทดลองในแล็ปปั๊มตัวนี้สามารถใช้งานได้เกิน 10,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 500,000 กิโลเมตร แต่จากการทดสอบในการใช้งานจริงสามารถใช้งานได้ถึง 1,000,000 กิโลเมตรโดยที่ปั๊มตัวนี้ไม่เสีย

Prins Pump Driver > ภายใน LPG Turbine Pump จะมีอุปกรณ์อีกตัวที่สำคัญคือ Prins Pump Driver ทำหน้าที่สร้างแรงดันตามอัตราการฉีดให้สัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะขับที่ความเร็วเท่าไร มีการเหยียบคันเร่งมากน้อยเพียงใด แก๊สในระบบก็จะถูกจ่ายด้วยแรงดันที่คงที่และสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับการจ่ายเชื้อเพลิงในระบบน้ำมัน

Boost Pump > อุปกรณ์ตัวนี้ถือว่า ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ซึ่งมีหน้าที่หลักกับระบบการจ่ายแก๊ส ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาเหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ หน้าที่ของอุปกรณ์ตัวนี้คือ บูสต์น้ำมันเพื่อไล่แก๊สออกจากระบบ ตอนที่ผู้ขับขี่จะเปลี่ยนจากแก๊สเป็นน้ำมัน ซึ่งในการใช้งานจริงระบบนี้สามารถใช้แก๊สได้ 100% แม้กระทั่งตอนสตาร์ท หรือความหมายที่ชัดเจนก็คือ คุณสามารถใช้แก๊สได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเลย

Fuel Supply Unit (FSU) > เป็นโซลินนอยด์ที่ทำหน้าที่สลับการจ่ายแก๊สและน้ำมัน เป็นอุปกรณ์ที่คั่นกลางระหว่างระบบน้ำมันและแก๊ส หากคุณเลือกใช้แก๊สระบบจะกั้นนำ้มันเอาไว้ เพราะแก๊สจะถูกจ่ายไปยังท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงและหัวฉีดเดิมของเครื่องยนต์นั่นเอง

High Pressure Pump (HPP) > การดูดและจ่ายแก๊สเข้าสู่ระบบของ LPG Turbine Pump จะมีแรงดันอยู่ที่ 10 บาร์ จนเมื่อแก๊สเดินทางมาถึง High Pressure Pump จะถูกสร้างแรงดันให้สูงถึง 170 บาร์ ก่อนที่จะจ่ายแก๊สให้กับหัวฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อให้การติดตั้งระบบนี้สามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมของรถได้มากที่สุด แทบจะไม่ต้องยุ่งเกี่ยวใดๆ กับระบบเลย โดยวิศวกรจากต่างประเทศได้วิเคราะห์และทดสอบแล้วว่าสามารถใช้ปั๊มแรงดันสูงหรือ High Pressure Pump ของรถในการสร้างแรงดันให้กับแก๊สได้เลย เท่ากับว่าการสร้างแรงดันของแก๊สใน Ford Focus GDI นั้น ใช้ปั๊มแรงดันสูงตัวเดิมที่ติดตั้งมากับเครื่องยนต์ ซึ่งตัว High Pressure Pump และท่อเชื้อเพลิงแรงดันสูงของ Ford Focus GDI มีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว

Fuse Return Unit (FRU) > ทำหน้าที่ส่งแก๊สที่เหลือในระบบกลับคืนถัง

Fuel Lines > สำหรับท่อทางเดินแก๊สในระบบ DLM จะใช้ท่อที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์หรือเคฟล่าร์ (ในระบบแก๊สแบบเดิมจะใช้ท่อทองแดง) ซึ่งผ่านการทดสอบมาอย่างดี สามารถทนแรงดันได้ถึง 370 บาร์ แต่จริงๆ แล้วท่อทางเดินแก๊สตัวนี้ที่จะใช้ในระบบ DLM ซึ่งเดินจากถังไปถึงตัว High Pressure Pump มีแรงดันเพียง 10 บาร์ เท่านั้น (ไม่เกิน 25 บาร์) ซึ่งอีกไม่นานท่อตัวนี้จะถูกกำหนดให้ใช้ในเครื่องยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ NGV ซึ่งมีแรงดันสูงถึง 200 บาร์

สาเหตุที่ระบบ DLM เลือกใช้ท่อตัวนี้ในช่วงของการเดินทางหรือการจ่ายแก๊สที่มีแรงดันเพียง 10 บาร์ เพราะต้องการให้ระบบมีความปลอดภัยสูงสุด อีกทั้งลักษณะข้อต่อของท่อชนิดนี้ไม่ได้เป็นแบบข้องอทั่วไป แต่เป็นหัวต่อที่ต้องใช้แหวนรองและแหวนกันคลายพร้อมกับขันน็อตยึดโดยมีแรงดันในการขันที่ได้มาตรฐานตามกำหนดอยู่ที่ 10 นิวตัน-เมตร เท่ากันทุกจุด

นอกจากนั้นท่อที่นำมาใช้นี้ยังได้ผ่านการทดสอบการชนมาแล้ว โดยทดสอบว่าหากรถยนต์มีอุบัติเหตุท่อตัวนี้มีโอกาสที่จะได้รับผลจากการชนลักษณะใดบ้าง และจะส่งผลใดกับท่อตัวนี้บ้าง เช่น ตัวท่อจะแตกหรือไม่ หรือข้อต่อจะหักหรือไม่ ซึ่งผลทดสอบออกมาแล้วว่าท่อตัวนี้สามารถทนต่อแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี และอีกไม่นานนี้ในต่างประเทศจะใช้ท่อชนิดนี้ในการติดตั้งระบบเชื้อเพลิงในรถยนต์ทั้งหมด

– Direct LiquiMax AFC > หรือกล่อง ECU ของระบบ DLM หรือระบบแก๊สนั่นเอง กล่องตัวนี้สามารถต่อกับ OBD (On Board Diagnostics) หรือเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาของรถยนต์ เพื่อดูข้อมูลทุกอย่างของรถได้ ความพิเศษของกล่อง ECU ตัวนี้คือ มันสามารถอ่านค่าการทำงานกล่อง ECU ของเครื่องยนต์ได้ว่ามีการฉีดเชื้อเพลิงอย่างไร ปริมาณเท่าไร แล้วนำค่านั้นมาประมวลผลเพื่อใช้ควบคุมการจ่ายแก๊ส ดังนั้นเครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 100% แน่นอน เพราะเครื่องยนต์จะไม่รู้เลยว่าเชื้อเพลิงที่จ่ายให้นั้นเป็นน้ำมันหรือแก๊ส

Prins Switch > เป็นสวิชต์ควบคุมการใช้แก๊สและมาตรวัดบอกระดับของปริมาณแก๊สในถัง นอกจากความแม่นยำที่สามารถบอกระดับปริมาณของแก๊สในถังได้อย่างถูกต้องแล้ว ความพิเศษของมันอีกอย่างคือ สามารถเปลี่ยนสีได้ เจ้าของสามารถเลือกสีได้เลย สีอะไรก็ได้เพื่อให้เข้ากับคอนโซลหรือมาตรวัดของรถยนต์ หรือจะเลือกสีที่ตัวเองชอบก็ได้

Comments

comments